สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อคอนโดมือสองสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจเรื่องสัดส่วนการปล่อยวงเงินกู้ของสถาบันการเงินที่มักจะให้อยู่ที่ร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบของราคาประเมินเท่านั้น แตกต่างจากคอนโดใหม่ที่มักจะได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ซื้อต้องเตรียมเงินสดสำรองไว้เป็นค่าส่วนต่างราคา ค่ามัดจำ และค่าใช้จ่ายในวันโอน นอกจากนี้อายุ瞭ของอาคารชุดก็มีผลต่อการพิจารณาอนุมัติระยะเวลาผ่อนชำระ โดยธนาคารมักจะนำอายุของผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกินสามสิบห้าปี และต้องไม่เกินอายุสัญญาที่คำนวณจากสภาพตึก
การตรวจสอบความถูกต้องของโฉนดที่ดินและหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
การทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์มือสองต้องอาศัยการตรวจสอบเอกสารที่รัดกุม โดยผู้ซื้อต้องขอดูหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือ อ.ช. 2 ตัวจริงจากเจ้าของห้อง เพื่อตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ว่าตรงกับบัตรประชาชนของผู้ขายหรือไม่ และดูรายละเอียดด้านหลังโฉนดว่ามีการจดทะเบียนผูกพันสิทธิ์ใดๆ หรือติดจำนองกับสถาบันการเงินไหนอยู่ การนำสำเนาเอกสารดังกล่าวไปเช็กความถูกต้องที่สำนักงานที่ดินจะช่วยยืนยันได้ว่าทรัพย์สินนั้นพร้อมโอนและไม่มีการอายัดทางกฎหมายเกิดขึ้น
ขั้นตอนการจัดทำสัญญาจะซื้อจะขายและการวางเงินมัดจำอย่างปลอดภัย
การทำสัญญาจะซื้อจะขายควรระบุข้อความรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมถึงกำหนดเวลาการไปโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน รายการทรัพย์สินและเฟอร์นิเจอร์ที่จะยกให้พร้อมตัวห้องรวมถึงการระบุผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอน ภาษี และค่าอากรแสตมป์อย่างละเอียดเป็นสัดส่วน การวางเงินมัดจำในวันทำสัญญาควรทำผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดเท่านั้น และต้องขอใบเสร็จหรือเขียนระบุจำนวนเงินลงในสัญญาเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายหากเกิดกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบี้ยวสัญญาในภายหลัง
|